อนาคตที่น่าจับตามองของ “แฮร์รี่ เคน”

ขอบสนามวิเคราะห์เกมส์

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในช่วง 6 นัดล่าสุดที่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ทำให้ตกรอบฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ฟุตบอลเอฟเอคัพ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ตอนนี้เหลือแค่ลุ้นติดอันดับที่ 4 เพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผลงานของยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนตกลงไปคือการขาดดาวยิงอันดับ 1 ของทีมอย่าง แฮร์รี่ เคน ที่บาดเจ็บในช่วงคริสต์มาส และ พักยาวมาโดยตลอด และจะมีกำหนดการณ์คืนสนามอีกครั้งในช่วงกลางเดือนเมษายน

ผลงานของเคนในฤดูกาลนี้ถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน โดยทำไปแล้ว 17 ประตู จากการลงเล่น 25 นัด รวมทุกถ้วยทุกรายการ โดยกองหน้าวัย 26 ปี รายนี้เป็นความหวังของสเปอร์สมาโดยตลอด 5 ปีหลังสุด และช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จมากมาย แม้ว่าจะไม่มีถ้วยรางวัลประดับสโมสรก็ตาม แต่ในฤดูกาลนี้สเปอร์สมีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งในส่วนของผู้จัดการทีม และ นักเตะหลายคนก็อยู่ในช่วงโรยรา ทำให้ผลงานโดยรวมของทีมตกต่ำลงไป ทำให้แฟนบอลเริ่มที่จะเป็นห่วงอนาคตของสโมสรว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะกับ แฮร์รี่ เคน กองหน้าตังเก่งของทีม ที่ตอนนี้ได้รับความสนจากหลายทีมในยุโรปทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บาร์เซโลน่า และ ยูเวนตุส ที่พร้อมทุ่มเงินซื้อไปร่วมทีม และด้วยเงื่อนไขในเรื่องของความสำเร็จการเป็นแชมป์รายการสำคัญ ก็น่าจะเป็นที่ตัวชักชูงให้นักเตะย้ายออกจากสโมสรไปเพื่อประสบความสำเร็จกับทีมอื่นๆที่มีองค์ประกอบของทีมดีกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม โปรเจคในฤดูกาลหน้าของสเปอร์สน่าจะเป็นข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจของเคนได้เป็นอย่างดี การเข้ามาของกุนซืออย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำผลงานในการคุมทีมในอดีตของเขาสามารถคว้าแชมป์มาได้ทั้งหมดกับทุกสโมสรที่เคยทำงานด้วย การเสริมทัพของสเปอร์สในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ ว่าจะมีนักเตะบิ๊กเนมเข้ามาหรือไม่ องค์ประกอบเหล่านี้น่าจะเป็นตัวตัดสินใจอนาคตของเขา ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก ซึ่งก็ต้องรอต่อไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ซึ่งดูแล้วสามารถที่จะออกมาได้ทั้งสองหน้าทั้งอยู่กับทีมต่อไป และเลือกที่จะย้ายทีม ซึ่งมีโอกาสพอๆกัน

แต่ถ้าเคนเลือกที่จะอยู่กับทีมต่อไป และในฤดูกาลหน้ายังไม่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลรายการใดๆได้ และ ทีมไม่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น เชื่อว่า เคน น่าจะตัดสินใจย้ายทีมในที่สุด เพราะตอนนั้นเขาจะอายุเข้า 28 ปี ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงจุดพีทของนักเตะ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมทั้งกับตัวเขาเองและสโมสรในการแยกทางกัน