ระดับของมูรินโญ่ในตอนนี้?

ขอบสนามวิเคราะห์เกมส์

หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แทบไม่มีใครเถียงได้เลยว่าโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส คือกุนซือเบอร์ 1 ของโลกในเวลานั้น เพราะผลงานในช่วงนั้นของเขานั้นชัดเจน และสุดยอดมากๆ ทั้งการคุมทีมเชลซี อินเตอร์ มิลาน ที่ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์อย่างต่อเนื่อง โดยมีแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยกับเอฟซี ปอร์โต้ และอินเตอร์ มิลานเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีถึงความสุดยอดของเขา แต่ในตอนนี้นั้นเริ่มมีคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับระดับความสามารถของมูรินโญ่ในการคุมทีมยุคนี้ ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่ฟุตบอลนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ในยุคที่โชเซ่ มูรินโญ่ประสบความสำเร็จนั้น เป็นยุคที่ฟุตบอลไม่ได้มีการเน้นเกมรุกเหมือนทุกวันนี้ โดยจะเป็นยุคที่เน้นการเล่นแบบปลอดภัยไว้ก่อน และเน้นการครองบอลเป็นหลัก และหาจังหวะจากความผิดพลาดของคู่แข่งในการทำประตู ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นในสไตล์ของโชเซ่ มูรินโญ่เลยก็ว่าได้ ทำให้ในยุคนั้นทีมของเขาถือว่าไร้เทียมทานมากทีเดียว

แต่ในปัจจุบันนี้ฟุตบอลนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยวงการฟุตบอลยุคนี้นั้นเน้นการเล่นเกมรุกเป็นหลัก ทำให้กุนซือที่ไม่มีการปรับตัวนั้นตกงานกันเป็นแถบ แม้ว่ายุคก่อนหน้านี้จะดัง และประสบความสำเร็จเพียงไหนก็ตาม โดยกุนซือในยุคนี้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดกุนซือแห่งยุคก็คงหนีไม่พ้นเป็ป กวาดิโอล่า เจอร์เก้น คล็อปป์ และซีเนอดีน ซีดาน ซึ่งถือว่าเป็น 3 กุนซือระดับต้นๆ แห่งกุนซือในยุคนี้

แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือในตอนนี้นั้นโชเซ่ มูรินโญ่ เป็นกุนซือที่อยู่ในระดับไหนกันแน่ เพราะเครดิตของเขานั้นลดฮวบมาตั้งแต่ในตอนที่คุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เหมือนทีมก่อนๆ ที่ผ่านมา อีกทั้งในตอนที่คุมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในตอนนี้อีก ที่ผลงาน และมาตรฐานของโชเซ่ มูรินโญ่นั้นตกลงอย่างชัดเจน แม้ว่าจะยังได้คุมทีมในกลุ่มท็อป 6 ในพรีเมียร์ลีกเหมือนเดิมก็ตาม


แต่จากทีม “ปีศาจแดง” มาสู่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้นก็เหมือนเป็นการลดระดับลงจากที่เขาเคยคุมแต่ทีมระดับพรีเมี่ยมเท่านั้น และไม่เคยรับงานคุมทีมกลางฤดูกาลมาก่อนด้วย แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถหล่อเลือกได้เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป เพราะระดับฐานะยศฐาบรรดาศักดิ์ของโชเซ่ มูรินโญ่นั้นจากกุนซือเกรดเอ ไปเป็นกุนซือระดับต่ำลงมาแล้วในตอนนี้ ซึ่งหากกับทีม “ไก่เดือยทอง” เขายังคุมทีมล้มเหลวอีกครั้ง โอกาสที่จะหางานคุมทีมใหญ่ในครั้งหน้านั้นจะยากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน