ใครจะกล้าทุ่มซื้อ “เคน”

ขอบสนามวิเคราะห์เกมส์

แฮร์รี่ เคน กองหน้าหมายเลข 1 ของทีมชาติอังกฤษ และของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในเวลานี้ได้ออกมาแง้มประตู และเปิดช่องการย้ายทีมของเขาในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่ามีความเป็นไปได้ที่เขาอาจจะตัดสินใจย้ายออกจากทีม “ไก่เดือยทอง” หลังจากจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่เล่นให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์มาจนถึงตอนนี้ หอกดาวยิงวัย 27 ปียังไม่สามารถคว้าแชมป์กับสโมสรได้แม้แต่รายการเดียว ทำให้เขาต้องนึกถึงการไปตามหาความสำเร็จกับสโมสรอื่นแล้วหลังจากนี้

ถึงแม้ว่าสเปอร์จะไปดึงโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสที่ยังการันตีการพาทีมคว้าแชมป์ให้กับทุกสโมสรที่เขาไปคุมอยู่ก็ตาม แต่ช่วงที่เขาเข้ามาคุมทีมนั้นก็ยังไม่ได้เห็นความแตกต่างจากยุคของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่เท่าไหร่นัก ทำให้เด็กปั้นของสโมสรรายนี้เปิดทางสำหรับการย้ายทีมหลังจบฤดูกาลนี้ไว้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าค่าตัวของเขานั้นแพงระยับแน่ และบวกกับความเขี้ยวของดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์แล้ว คาดว่าหากสถานการณ์ปกติ ค่าตัวของดาวเตะรายนี้จะต้องสูงเกือบ 200 ล้านปอนด์อย่างแน่นอน

ในสภาวะปกติก็เป็นเรื่องยากแล้วที่จะหาทีมไหนมาทุ่มเงินคว้าตัวนักเตะระดับ 200 ล้านปอนด์ไปร่วมทีม ซึ่งจะเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกแซงหน้าเนย์มาร์ด้วยซ้ำ หากว่าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ตั้งขายในราคานี้จริง และด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ต่างต้องประสบปัญหาการขาดรายได้เข้าสู่สโมสรก้อนโต ซึ่งหากเป็นช่วงปกติก็มีเพียงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรอัล มาดริด บาร์เซโลน่า และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เท่านั้นที่มีฐานะดีพอที่จะดึงแฮร์รี่ เคนไปร่วมทีมได้ แต่ทีมเหล่านี้ก็โดนสภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเล่นงานทั้งนั้น ทำให้ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของแดนกระทิงดุก็ต้องขอให้นักเตะลดค่าเหนื่อยลงมา

ส่วนทีมในพรีเมียร์ลีกแม้ว่าจะยังไม่มีมาตรการดังกล่าว แต่พวกเขาก็เจอปัญหาเช่นเดียวกับทีมในลีกอื่นๆ ทั่วโลก เพราะพวกเขาก็เสียหายหนักจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และสปอนเซอร์ต่างๆ จากการไม่มีแมตช์แข่งขันเช่นกัน ทำให้การที่สเปอร์ตั้งค่าตัวไว้แพงกระฉูดขนาดนี้ ทำให้เป็นไปได้สูงมากว่าพวกเขาอาจจะต้องเก็บกองหน้ากัปตันทีมรายนี้ไว้ใช้เองอีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล และหลังจบฤดูกาลหน้าค่อยว่ากันใหม่หากว่าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ยังไม่ประสบความสำเร็จอีก ก็ค่อยปล่อยขายในช่วงนั้น และต้องหวังว่าการเงินของสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างๆ จะกลับมาเป็นปกติแล้วในเวลานั้น