กุนซือที่ทีมใหญ่ควรมอง

ขอบสนามวิเคราะห์เกมส์

 

ในช่วงที่ผ่านมามีกุนซือชื่อดังที่ว่างงานอยู่ 2 รายที่เป็นกุนซือระดับพรีเมี่ยม ซึ่งก็คือเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ที่โดนท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ปลดออกจากตำแหน่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และยังไม่มีทีมไหนเข้ามาจ้างงาน

ส่วนอีกรายก็คือมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่ทำให้ยูเวนตุสคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ได้ถึง 5 สมัยติดต่อกัน จาก 5 ปีที่เขาคุมทีม “ม้าลาย” มา อีกทั้งยังสามารถทำให้ทีมดังของเมืองตูรินผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ถึง 2 ครั้งด้วย แต่ว่าสุดท้ายก็ไปแพ้ให้กับ 2 ยอดทีมจากสเปน ทั้งบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริดอย่างละครั้ง

ซึ่งทั้ง 2 กุนซือนี้กำลังรองานคุมทีมใหญ่หลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งก็มีข่าวลือเข้ามาเรื่อยๆ โดยต้องรวมไปถึงนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมที่กำลังจะกลายเป็นสามล้อถูกหวยหากว่ามีการเทคโอเวอร์สโมสรได้สำเร็จ ซึ่งจะทำให้ทีม “สาลิกาดง” เป็นอีกทีมที่มีอำนาจเงินเพียงพอที่จะจ้างกุนซือชื่อดังเข้าไปคุมทีมได้หลังจากนี้

แต่กุนซือที่ทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปควรมองหากว่าพวกเขาต้องการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือไม่ได้มีแค่เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรีเท่านั้น เพราะยังมีกุนซือที่น่าสนใจอีกหลายรายที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้

โดยเฉพาะ 2 กุนซือจากศึกบุนเดสลีก้าอย่างจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ กุนซือหนุ่มของไลป์ซิก


และมาร์โก โรส กุนซือวัย 43 ปีของโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2 ทีมบนหัวตารางของศึกบุนเดสลีก้าเยอรมัน

ที่ฤดูกาลนี้ 2 กุนซือทำให้ทีมขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของลีกได้อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะมาถูกบาเยิร์น มิวนิค แซงไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็น 2 กุนซือที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับทีมที่กำลังมองหากุนซือใหม่ เพราะกุนซือเหล่านี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของการทำทีม และมีสไตล์การเล่นที่เล่นเกมรุกดุดันด้วยกันทั้งคู่

ซึ่งหากใครเคยเห็นผลงานทั้ง 2 กุนซือนี้มาบ้างจะเห็นว่าการวางแทคติกของพวกเขานั้นน่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะมาร์โก โรสที่ใช้วิธีการเพรสซิ่งจากแดนบนอย่างหนักหน่วงกับทีม “สิงห์หนุ่ม” ในฤดูกาลนี้ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับวิธีการของเจอร์เก้น คล็อปป์มากทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นกุนซือที่น่าสนใจมากสำหรับทีมที่กำลังจะสร้างรากฐานใหม่อย่างว่าที่เศรษฐีใหม่อย่างนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด