จุดจบดาวิด ลุยซ์

ขอบสนามวิเคราะห์เกมส์

ดาวิด ลุยซ์ ปราการหลังดีกรีทีมชาติบราซิลของอาร์เซน่อลในฤดูกาล ที่ฤดูกาลนี้เขาถูกไล่ออกจากสนามเป็นครั้งที่ 4 ของฤดูกาลแล้ว หลังจากที่ล่าสุดเขาถูกไล่ออกจากสนามในช่วงต้นครึ่งหลังในเกมที่ทีม “ปืนใหญ่” บุกไปพ่ายให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในเกมนั้นดาวิด ลุยซ์แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักต์แล้วว่าเขาอยู่ในช่วงบั้นปลายของการเล่นในระดับสูงอย่างศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษแล้ว ซึ่งเกมนั้นมิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสเปนของทีมจับเขาเป็นตัวสำรองด้วยซ้ำ โดยให้ปาโบล มารี กองหลังรุ่นน้องชาวบราซิลลงเป็นตัวจริงแทน แต่เนื่องจากปาโบล มารีได้รับบาดเจ็บ ทำให้ดาวิด ลุยซ์ต้องลงสนามแทนในช่วงกลางครึ่งแรก ซึ่งเขาก็ไปมอบโชคให้กับเจ้าถิ่นในช่วงท้ายครึ่งแรก ที่ไม่ยอมสกัดบอลให้เด็ดขาด และบอลก็ไปเข้าทางราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำให้พวกเขาเสียประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก และช่วงต้นครึ่งหลังก็มาทำเสียจุดโทษ และเขาก็ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามไปอีก เรียกว่าเป็นความผิดพลาดแบบสมบูรณ์แบบเลยทีเดียวในเกมนั้นของเขา

ดาวิด ลุยซ์ เคยเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกในตอนที่ย้ายจากเชลซีไปร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงเมื่อตอนปี 2014 แต่ในช่วงหลังนั้นการเล่นของเขาตกลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนใหม่ของเชลซีในฤดูกาลนี้ตัดสินใจขายเขาออกจากทีมมาให้กับอาร์เซน่อล ที่ต้องการกองหลังตัวหลักเข้ามาเสริมแนวรับพอดี แต่กลับกลายเป็นว่าดวิด ลุยซ์ก็ไม่สามารถเป็นเสาหลักในแนวรับให้กับทีมได้เลยในฤดูกาลนี้ ซึ่งกองหลังรายนี้เต็มไปด้วยความโฉ่งฉ่างและความผิดพลาด ซึ่งทำให้เขาถูกใบแดง ซึ่งหากนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เขาโดนใบแดงไป 2 เกม คือเกมที่พบกับเชลซี และเกมล่าสุดที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้นั่นเอง และนอกจากนั้นเขายังมีส่วนผิดพลาดจนทำให้ทีมเสียประตู 2 ครั้งในฤดูกาลนี้ด้วย ซึ่งทำให้ผลงานของอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้ไม่มีความแน่นอนแต่อย่างใด ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเพียงคนเดียว เพราะก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบทั้งแนวรับของทีมด้วย แต่ถือว่าดาวิด ลุยซ์ไม่ได้เข้ามาแบ่งเบาภาระของแนวรับอาร์เซน่อลเลยในฤดูกาลนี้

ด้วยวัย 33 ปีแล้วในปีนี้ และสัญญาของเขากับอาร์เซน่อลก็กำลังจะหมดลงหลังเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งแม้ว่าอาร์เซน่อลจะมีออปชั่นในการต่อสัญญาต่อไปอีกปีก็ตาม แต่ดูท่าแล้วพวกเขาคงไม่ใช้ออปชั่นอย่างแน่นอน ทำให้ดาวิด ลุยซ์คงจะต้องหาต้นสังกัดใหม่หลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นเรื่องยากแล้วที่จะมีทีมใหญ่ทีมอื่นมาคว้าตัวเขาไปร่วมทีม