ปัญหาที่ยังค้างคาของ “บาร์ซ่า”

ขอบสนามวิเคราะห์เกมส์

ในฤดูกาลนี้ ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” ทีมดังของศึกลา ลีก้าสเปน ต้องเจอกับปัญหาถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการที่พวกเขาทำตัวเองด้วยจากปัญหาการขัดแย้งภายในสโมสร รวมไปถึงการบริหารการซื้อขายนักเตะที่เป็นปัญหามากมาย จนทำให้พวกเขาต้องเสียแชมป์ลา ลีก้าสเปนไปให้กับเรอัล มาดริดในฤดูกาลนี้ ทั้งๆ ที่หลังจากลีกกลับมาทำการแข่งขันกันต่อในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บาร์เซโลน่ายังนำเป็นจ่าฝูงของลีกอยู่ด้วยซ้ำ แต่ด้วยปัญหาภายในสโมสร ทำให้พวกเขาเสียสมาธิ และฟอร์มหลุดกันไปหมด จนทำให้ทีมได้ผลเสมออยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ถูกเรอัล มาดริดแซงหน้าไปได้สำเร็จ

ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ยอดดาวเตะอย่างลิโอเนล เมสซี่ที่ก็ถือว่าฟอร์มตกลงไปอย่างชัดเจนในแง่ของสถิติหลังจากที่กลับมาทำการแข่งขันกันอีกครั้ง ซึ่งปัญหาทั้งหมดนั้นมาจากความขัดแย้งของบอร์ดบริหารของสโมสรนั่นเอง ซึ่งนำโดยโจเซ็ป บาร์โตเมว ประธานสโมสรของบาร์เซโลน่าคนปัจจุบันที่สร้างเรื่องฉาวไว้มากมายในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการปล่อยข่าวเสียหากับนักเตะทีมตัวเองในเรื่องของการไม่ยอมลดค่าเหนื่อยในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด 19 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนทำให้ลิโอเนล เมสซี่ต้องออกมาปกป้องเพื่อนร่วมทีม และสุดท้ายก็ยอมลดค่าเหนื่อยถึง 70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการใส่ร้ายด้วย IO กับฝ่ายขั้วตรงข้ามในบอร์ดบริหารของสโมสรอีกด้วย และยังรวมไปถึงเรื่องล่าสุดคือการขายอาร์ตู เมโล่ กองกลางอนาคตไกลชาวบราซิเลี่ยนออกจากทีมไปให้กับยูเวนตุส และไปคว้าตัวมิราเล็ม ปานิช กองกลางทีมชาติบอสเนียวัย 30 ปีมาร่วมทีมแทน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอล “อาซูกราน่า” เป็นอย่างมาก เพราะดีลนี้เหมือนกับว่าบาร์เซโลน่าเสียเปรียบอย่างชัดเจน เพราะพวกเขาได้กำไรเพียง 10 ล้านยูโรเท่านั้น แต่กลับต้องได้นักเตะที่แก่กว่าเดิมหลายปีทีเดียวมาร่วมทีมแทน ซึ่งว่ากันว่าเป็นดีลแห่งการตกแต่งบัญชีให้มีความสมดุลย์ขึ้นนั่นเอง

ปัญหาเหล่านี้ภายในสโมสรบาร์เซโลน่าจะยังคงอยู่ต่อไป เพราะว่าโจเซ็ป บาร์โตเมวจะยังคงอยู่ในตำแหน่งประธานสโมสรจนถึงจบฤดูกาล 2021 นั่นเอง ซึ่งก็คือช่วงกลางปีหน้าที่เขาจะครบวาระการเป็นประธานสโมสร 6 ปี ซึ่งแฟนบอลบาร์เซโลน่าอาจจะต้องทนกับการบริหารงานที่ย่ำแย่อีก 1 ปีถึงจะมีประธานสโมสรคนใหม่ ซึ่งก็รวมถึงการที่ทีมจะมีกุนซืออย่างกิเก้ เซเตียนต่อไปในฤดูกาลหน้าด้วย เพราะดูเหมือนว่ายอดกุนซือต่างๆ คงไม่อยากจะมาอยู่ในวงโคจรของการบริหารที่ย่ำแย่อยู่อย่างตอนนี้นั่นเอง

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *