เตรียมตัวระเบิดความมันส์! ตารางบอลยูโร 2020 ที่โยกย้ายมาฟาดแข้งเป็นยูโร 2021

ฟุตบอลต่างประเทศ

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2020 หรือว่า “ยูโร 2020” รอบสุดท้าย แต่โยกย้ายลื่อมาแข้งขันในปี 2021 ซึ่งมี 24 ทีมชาติเพื่อไปลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ที่จะลงสนามโม่แข้งในช่วงกลางปีนี้ หลังจากโดนโรคเลื่อนมาช่วงจากกลางปีที่ผ่านมาเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด–19 ไปทั่วทั้งโลก

เดิมทีนั้นรายการฟุตบอล ยูโร 2020 มีคิวฟาดแข้งกันระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 11 กรกฎาคม ซึ่งครั้งนี้มีความน่าสนใจคือจะมีประเทศเจ้าภาพร่วม 12 เมืองจากทั้ง 12 ประเทศ แต่สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19″ ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปต้องประกาศเลื่อนทัวร์นาเมนต์ออกไปแข่งขันในปี 2021 นั้นเอง ซึ่งตารางบอลยูโร 2020 (ยูโร 2021) ถ้ามีการอัพเดททางเว็บไซต์จะนำมารายงานให้แฟนบอลได้ทราบอย่างทันใจแน่นอน

บทสรุปเมื่อปีก่อนจากการประชุมของตัวแทนของสมาคมฟุตบอล 55 ประเทศ, คณะกรรมการสมาคมสโมสรยุโรป, บอร์ดบริหารของลีกยุโรป เห็นพ้องต้องกันว่าเลื่อน โดยมีเหตุผลหลักๆ คือให้สถานการณ์ดีขึ้นจนควบคุมการระบาดได้ และต้องการให้ฟุตบอลลีกแต่ละประเทศรวมถึงรายการฟุตบอลถ้วยของยุโรปแข่งขันในฤดูกาลเก่าให้เสร็จทั้งมีความต่อเนื่องในฤดูกาลใหม่ และในปี 2021 นี้ก็ถึงเวลาที่จะมาระเบิดความมันส์ มาอุ่นเครื่องเบาๆ ด้วยการเช่นการแบ่งสายในกลุ่มต่างๆ กันอีกครั้ง ดังนี้

กลุ่ม A : ตุรกี, อิตาลี, เวลส์, สวิตเซอร์แลนด์ (แข่งขันที่ โอลิมปิก สตาดิโอน, อิตาลี และ โอลิมปิก สเตเดี้ยม, อาเซอร์ไบจาน)

กลุ่ม B : เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, เบลเยียม, รัสเซีย (แข่งขันที่ ปาร์กเกน สเตเดี้ยม, เดนมาร์ก และ เครสตอฟสกี้ สเตเดี้ยม, รัสเซีย)

กลุ่ม C : ฮอลแลนด์, ยูเครน, ออสเตรีย, นอร์ท มาซิโดเนีย (แข่งขันที่ โจฮัน ครัฟฟ์สเตเดียม, ฮอลแลนด์ และ อารีน่า เนชันแนล, โรมาเนีย)

กลุ่ม D : อังกฤษ, โครเอเชีย, สกอตแลนด์, เช็ก (แข่งขันที่ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม, อังกฤษ และ แฮมป์–เดน ปาร์ค, สกอตแลนด์)

กลุ่ม E : สเปน, สวีเดน, โปแลนด์, สโลวาเกีย (แข่งขันที่ ซาน มาเมส, สเปน และ อวิวา สเตเดี้ยม, ไอร์แลนด์)

ในบรรดา 24 ประเทศที่ผ่านเข้าเล่นรอบสุดท้ายของศึกลูกหนัง ยูโร 2020 มีอยู่ 15 ชาติที่ยังไม่เคยได้แชมป์รายการฟุตบอลยุโรมาก่อน แต่ถ้าดูตามศักยภาพมี 4 ทีมที่ดีพอก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์หน้าใหม่ ได้แก่ เบลเยี่ยม ที่มี โรเมลู ลูกากู, เอแดน อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์ เป็นตัวชูโรง, อังกฤษ นำทัพโดยแข้งตัวท็อปอย่าง แฮร์รี่ เคน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ราฮีม สเตอร์ลิง และบรรดาแข้งหนุ่มสายเลือดใหม่ ส่วนอีกทีมที่แฟนบอลหลายคนแอบเอาใจช่วยคือ โครเอเชีย รองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งมีตัวทีเด็ดคือ ลูกา โมดริช เป็นหัวใจของทีม ส่วนอีกทีมเป็น โปแลนด์ ที่นำมาโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี 2020 จากฟีฟ่า ซึ่งกวาดทุกแชมป์ระดับสโมสรกับ บาเยิร์น มิวนิค ทั้งบุนเดสลีก้า, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ เดเอฟเบ โพคาล เชื่อว่าจะสร้างผลงานที่น่าทึ่งได้ในทัวร์นาเมนต์ยูโรกลางปีนี้