พรีวิวพรีเมียร์ลีก : แอสตัน วิลล่า พบ เชลซี (อาทิตย์ที่ 23 พ.ค.64 เวลา 22.00 น.)

Exclusive ขอบสนามวิเคราะห์เกมส์

เกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาล โดยเกมที่วิลล่า พาร์ค จะเป็นการพบกันระหว่างแอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 11 ของตารางคะแนน จะต้อนรับการมาเยือนของเชลซี ทีมอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนในเวลานี้ ซึ่งในส่วนของแอสตัน วิลล่านั้นพวกเขาไม่เหลืออะไรต้องลุ้นแล้วในตอนนี้ และกลายเป็นเกมที่ไม่มีความหมายสำหรับพวกเขาไปแล้ว แต่กลับกันทางด้านของเชลซี พวกเขาต้องการชัยชนะเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะการันตีการคว้าอันดับที่ 3 ของตาราง และคว้าโควตาไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้า ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้พวกเขาจำเป็นที่จะต้องเก็บชัยชนะในเกมนี้ให้ได้ เพราะตอนนี้พวกเขานำหน้าเลสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูลอยู่เพียงแค่คะแนนเดียวเท่านั้น แต่อย่างน้อยสถานการณ์ของพวกเขาก็ถือว่าดีกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมาก เพราะกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขาสามารถเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ได้ 2-1 ทำให้พวกเขาขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนแทน และมีโอกาสได้กุมชะตาตัวเองในนัดสุดท้าย แต่การบุกมาเยือนวิลล่านั้นไม่น่าจะเป็นเกมที่ง่ายเท่าไหร่นัก เพราะทีม “สิงห์ผยอง” ก็ยังเล่นอย่างเต็มที่อยู่ในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้วก็ตาม

สิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนบอลของทีม “สิงห์บลู” ยังสบายใจได้อยู่ก็คือผลงานการพบกันในช่วง 6 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม ซึ่งเชลซีถือว่ามีผลงานที่ดีมากในยามพบกับแอสตัน วิลล่าในช่วงหลัง เพราะจาก 6 นัดหลังสุดที่พบกันพวกเขาเก็บชัยชนะไปได้ถึง 5 นัดเลยทีเดียว และอีกเกมเป็นการเสมอกันไป แต่นัดที่เสมอกันก็คือเกมล่าสุดที่พบกันในช่วงปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้วนั่นเอง ซึ่งเสมอกันไป 1-1 ในยุคที่เชลซีมีแฟรงค์ แลมพาร์ดเป็นกุนซืออยู่ในตอนนั้น แต่เกมนี้ทางเชลซียังต้องลุ้นหนักว่าจะสามารถใช้งานเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวเก่งชาวฝรั่งเศสของทีมได้หรือไม่ หลังจากที่ต้องขอเปลี่ยนตัวออกในเกมที่พบกับเลสเตอร์ ซิตี้เมื่อวันอังคาร ทำให้อาจจะพลาดการลงสนามในเกมนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทีมอย่างแน่นอนหากว่าก็องเต้ไม่สามารถลงได้ในเกมนี้ ส่วนทางด้านของแอสตัน วิลล่าจะไม่สามารถใช้งานรอสส์ บาร์คลี่ย์ได้ เนื่องจากยืมตัวมาจากเชลซีนั่นเอง แต่พวกเขาได้แจ็ค กรีลิช กองกลางตัวเก่งที่กลับมาลงสนามได้ 2 นัดแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ และเขายังต้องลงสนามเร่งทำผลงานลุ้นติดทีมชาติอังกฤษไปทำศึกยูโร 2020 ในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้ด้วย