ดาร์บี้แมทช์แห่งแมนคูเนี่ยน “แมนฯ ยูไนเต็ด – แมนฯ ซิตี้”

Premier League - พรีเมียร์ลีก

ระยะห่างกัน 4 ไมล์ไม่มีใครยอมใครมาแต่ไหนแต่ไร

สาวกของทั้งสองฝั่งชังกันยิ่งกว่าสิ่งปฏิกูล ไม่มีใครสนใจกันว่า ทีมใดจะครองแชมป์ ไม่มีการสนใจและให้ราคา เพราะถ้าอีกฝั่งได้แชมป์ อีกฝั่งแทบจะขังตัวเอง…..อยู่ในส้วม

การเบ่งบวมบารมีในช่วงหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของแมนฯยูไนเต็ด หล่นคำอุทานว่า “เพื่อนบ้านที่น่ารำคาญ”

ดังนั้นจึงไม่มีการ”ฝากใจ”หรือ”ให้ใจ”ซึ่งกันและกันแม้แต่น้อย

สถานการณ์ตอนนี้การโคจรมาเจอกัน ต่างฝ่ายต่างมีภาระที่จะต้องรับผิดชอบและต้องทำ ในเป้าหมายที่ต่างกัน แต่จุดประสงค์เดียวคือ ชัยชนะ………….

นี่คือนัดที่ 182 ของการพบกันนับตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน 1881 ตลอด 181 เกมที่ผ่านมา แมนฯยูไนเต็ด ยังเหนือกว่าด้วยการชนะ 75 เสมอ 52 และแมนฯซิตี้ ชนะไป 54 ครั้ง

******************

“แมนเชสเตอร์” เป็นนครอุตสาหกรรมแห่งแรก และยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกใบนี้

ด้วยพื้นฐานอันนี้ทำให้ทั้งสองทีมมีพื้นฐานที่แทบจะไม่ต่างกันเลย

จุดกำเนิดเกิดมาจากนักบอลชนชั้นแรงงาน ท่านลองสังเกตดูบนตราสโมสรของทั้งสองทีมนั้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองท่าที่สำคัญ เพราะมีรูปเรือติดอยู่ รวมไปถึงสัญลักษณ์ “แม่น้ำ” ก็มีอยู่ในโลโก้สโมสรด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อตั้งทีมขึ้นมาเมื่อปี 1878 ใช้ชื่อว่า “นิวตัน ฮีธ แอลวายอาร์” ก่อนจะย่อเหลือคำว่า “นิวตัน ฮีธ” และกลายร่างเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบเต็มขั้น เมื่อปี 1902

อีก 2 ปีต่อมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อตั้งทีมในชื่อของ เซนต์.มาร์คส์(เวสต์ กอร์ตัน) และเปลี่ยนมาเป็น AFC หรือ อาร์ดวิค แอสโซศซิเอชั่น ฟุตบอล คลับ

ทั้งคู่เจอกันหนแรกตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน 1881 ในเกมที่เรียกว่า “a pleasant game” หรือเตะกันเพื่อความบันเทิง

ก่อนที่จะโคจรมาปะทะแบบเป็นทางการกันหนแรก เมื่อปี 1889 ในศึกอลิอันซ์ ในปี 1889 ในชื่อของ นิวตัน ฮีธ กับ อาร์ดวิค เอเอฟซี

ก่อนที่ อาร์ดวิก จะเปลี่ยนมาเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเป็นทางการในปี 1894 ทำให้กลายเป็นทีมประจำเมือง หรือ เดอะ ซิติเซนส์

จากนั้นบันทึกโลกลูกหนังได้จารึกว่า “ดาร์บี้แมทช์แมนเชสเตอร์” ได้เกิดขึ้น หลังจากทั้งสองทีมใช้ชื่อนำหน้าว่า “แมนเชสเตอร์” พร้อมกัน นั่นก็คือซีซั่น 1902-03 ฟุตบอลดิวิชั่น 2 ปรากฏว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นในบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1

ต่อด้วยฤดูกาล 1906-1907 ทั้งสองทีมเจอกันในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ปรากฏว่า ซิตี้ ไล่ยำ ยูไนเต็ด สบายแข้ง 3-0

นับจากนั้น หากเจอกันก็เจอกันในบนลีกสูงสุดมาโดยตลอดแต่ก็ไม่ได้ดังอะไรอย่างที่บอก จนกระทั่งมาช่วงทศวรรษหลังนี่แหละ……..

เกมสำคัญที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เวลา 23.30 น. “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังฟอร์มขึ้น จะดวลกับ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมืองที่ยังแอบหวังในการลุ้นแชมป์แม้จะแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่เยอะถึง 25 แต้มก็ตาม แต่เล่นน้อยกว่า 2 เกม

เจ้าถิ่นที่กำลังไล่ล่าพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกจะได้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กัปตันทีมเจ้าของค่าตัวแพงสุดโลกในตำแหน่งกองหลัง หายเจ็บข้อเท้าทันเวลากลับมาประจำการแนวรับ แต่ต้องรอลุ้นว่า แดเนี่ยล เจมส์ กับแอร่อน วาน-บิสซาก้า จะหายทันหรือไม่เพราะไม่ได้ซ้อมเลยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ฝั่งของ “เรือใบสีฟ้า” รอเช็คอาการ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพเบลเยียม ที่เจ็บบริเวณหลัง และเพิ่งกลับมาซ้อมเบาๆ ได้เท่านั้น รวมถึงอายเมอร์ริค ลาปอร์กต์ ที่เจ็บอยู่ก่อนหน้านี้ที่เหลือถือว่าพร้อมลงเล่นทั้ง เอเดอร์ซอน,เซร์คิโอ อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่งสถิติน่าสนใจก็คือ แมนฯซิตี้ บุกมาชนะ แมนยูฯ ถึงถิ่นได้ถึง 4 เกมรวดที่เจอกันหลังสุด แต่การเจอกันในลีกปีนี้ แมนยูฯ บุกไปชนะมาแล้ว 2-1

น่าสนใจก็คือ จอมทัพของทั้งสองทีม

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ เควิน เดอ บรอยน์

คนแรกกำลังฟอร์มขึ้น และต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นของจริงที่เค้าเล่าลือ ส่วนอีกคนนั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นห้องเครื่องที่ดีที่สุดระดับท็อปของโลก

กลยุทธ์เจ้าบ้านกำลังลงตัวที่ 4-3-1-2 แฟร์นันด์ส เป็นตัวฟรี แล้วให้ 3 คนตรงกลางทำงานหนักไล่บอลนั่นคือ เนมานญ่า มาติช, เฟร็ด และสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

ฝั่งทีมเยือน เป๊ป อยู่กับระบบ 4-3-3 แม้วิธียืนในแต่ละเกมมีเปลี่ยนไป ทั้งการให้ยืนคู่ของ โรดี้ กับ อิลคาย หรือให้ โรดรี้ ยืนต่ำ ไต่เล่นไลน์โดย ดาบิด ซิลบา

อีกหนึ่งตำแหน่ง คือ เดอ บรอยน์ ที่จะยืนอยู่ตรงไหนระหว่างหลัง กุน อเกวโร่ หรือเดินเครื่องกลางขวา

ความมันส์ก็คือ การมาของ แฟร์นันด์ส ทำให้เกมของ แมนฯยู ดูมีมีติมากยิ่งขึ้น มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ถือเป็นช่วยปลุกผีในยุคนี้ได้อย่างแท้จริง

นี่คือเกมที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเองในระดับสูง ในเกมที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง และความกดดันที่มาพร้อมกัน

ที่เขาอาจจะยังไม่เคยเจอ

บีแหลมสิงห์
https://www.naewna.com/sport/477932