2 ปีที่เสียเปล่า

Exclusive ขอบสนามวิเคราะห์เกมส์

ลูก้า โยวิช เคยเป็นกองหน้าดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุโรป หลังจากที่เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกบุนเดสลีก้ากับทีมไอน์ทรัชค์ แฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งก็ไปยืมตัวมาจากเบนฟิก้าในโปรตุเกสอีกทีในตอนแรก แต่ด้วยผลงานที่สุดยอดของกองหน้าชาวเซิร์บรายนี้ ทำให้ทีมดังของเยอรมันตัดสินใจทำการซื้อขาดมาร่วมทีมทันที และหลังจากนั้นโยวิชก็กลายเป็นกองหน้าตัวเก่งของทีม และเป็นดาวยิงชั้นนำของศึกบุนเดสลีก้าอีกด้วยในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้

แต่หลังจากที่เขาถูกเรอัล มาดริด ยอดทีมจากลา ลีก้าสเปนทุ่มเงินกว่า 60 ล้านยูโรคว้าตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 หลังจากนั้นมาผลงานของลูก้า โยวิชก็ตกลงเรื่อยๆ และโอกาสในการลงสนามของเขาก็น้อยลงเรื่อยๆ ด้วย เพราะว่าซีเนอดีน ซีดาน ยอดกุนซือของทีม “ราชันย์ชุดขาว” นั้นมีกองหน้าตัวจริงอยู่ในใจอยู่แล้ว ซึ่งก็คือคาริม เบนเซม่า รุ่นน้องชาวฝรั่งเศสนั่นเอง ทำให้โอกาสที่ลูก้า โยวิชจะเบียดลงสนามได้นั้นน้อยมาก และในยามที่เขาได้โอกาสก็มักจะทำผลงานได้ไม่ดี ซึ่งนับตั้งแต่ที่เจ้าตัวย้ายมาค้าแข้งในแดนกระทิงดุ ลูก้า โยวิชสามารถยิงประตูช่วยทีมได้ยังไม่ถึง 5 ประตูด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ที่เวลาของเขาดูเหมือนจะเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ เมื่อดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มีโอกาสในการพัฒนาฝีเท้า และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เลยในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ในตอนนี้เขาอายุ 23 ปี ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่พัฒนาศักยภาพได้ดีที่สุด และสิ่งที่ต้องการที่สุดในเวลานี้ก็คือโอกาสในการลงเล่นนั่นเอง แต่เขากลับไม่ได้รับมันเลยนับตั้งแต่ย้ายมายังถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว

มีโอกาสสูงมากที่ลูก้า โยวิชจะย้ายออกจากเรอัล มาดริด ไม่ว่าจะเป็นในช่วงตลาดซื้อขายหน้าหนาวเดือนมกราคมนี้ หรืออย่างช้าก็น่าจะเป็นในช่วงหลังจบฤดูกาล เพราะดูแล้วอนาคตของเขากับเรอัล มาดริดนั้นจบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้เขาน่าจะต้องไปเริ่มต้นใหม่กับทีมอื่น เพื่อที่จะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง และสร้างผลงานใหม่อีกครั้งหลังจากนี้ ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะต้องเสียเวลาในการทำให้หยุดพัฒนาฝีเท้าไป 2 ปี แต่ด้วยวัยในตอนนี้เพียง 23 ปีเท่านั้น ทำให้ลูก้า โยวิชยังมีโอกาสที่ก้าวขึ้นมาเป็นยอดกองหน้าได้อีกครั้ง หากว่าหลังจากนี้เขาย้ายไปอยู่กับทีมที่ใช้งานเขาได้เต็มประสิทธิภาพ เหมือนอย่างตอนที่เขาเล่นให้กับไอน์ทรัชค์ แฟรงค์เฟิร์ตนั่นเอง